วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บทที่ 3 อาชญากรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

บทที่ 3 อาชญากรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต


อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Crime)
   • เป็นการกระทําที่ผิดกฎหมายโดยอาศัยคอมพิวเตอร์กระทําที่ผิดกฎหมายที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบคอมพิวเตอร์
   • คอมพิวเตอร์นั้นสามารถเป็นได้ทั้งเครื่องมือในการกระทําผิดกฎหมาย และเป็นเป้าหมายในการทําลายได้เช่นเดียวกัน
   • นอกจากการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นแล้ว ยังมีการกระทําอีกประเภทหนึ่ง ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นด้วย แต่อาจไม่ใช้การกระทําผิดทางกฎหมาย นั้นคือ การใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด

การใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด (Computer Abuse)
  เป็นการกระทําผิดต่อจริยธรรม ศีลธรรม หรือจรรยาบรรณ โดยการกระทําดังกล่าวอาจไม่ผิดกฎหมายก็ได้ แต่อาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น เช่น การส่งอีเมลแบบ Spam ซึ่งเป็นการรบกวนผู้ที่ได้รับอีเมลดังกล่าว เป็นต้น



สาเหตุเพิ่มจํานวนของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • เทคโนโลยีมีความซับซ้อนมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย, เว็บไซต์ โครงสร้างคอมพิวเตอร์ ตลอดจนระบบปฎิบัติการและแอปพลิเคชั่นต่างๆ
  • ความคาดหวังของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มากขึ้น คือคาดหวังว่าคอมพิวเตอร์จะทํางานได้อย่างรวดเร็วตามที่ผู้ใช้ต้องการเนื่องจากคอมพิวเตอร์ทํางานได้รวดเร็วเทาใด
  • การขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงของระบบคอมพิวเตอร์ การเปลี่ยนแปลงจากระบบ Stand-alone ไปเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นระบบที่ทําให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกนี้เชื่อมต่อกันได้
  • การใช้ซอฟต์แวร์ที่มีช่องโหว่เพิ่มมากขึ้น ซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนามาจําหน่ายมักพบว่ามีช่องโหว่ภายหลังจากการใช้งานของผู้ใช้

ประเภทของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • อาชญากรนำเอาการสื่อสารผ่านทางคอมพิวเตอร์มาขยายความสามารถในการกระทำผิดของตน
  • การละเมิดสิทธิ์ การเปลี่ยนแปลง 
  • การฟอกเงินอิเล็กทรอนิกส์
  • อันธพาลทางคอมพิวเตอร์ หรือพวกก่อการร้าย เป็อาชญากรเท่านั้นที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นเพื่อรบกวนผู้ใช้บริการ
  • การขายหรือชวนลงทุนโดยหลอกลวงผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
  • การเข้าแทรกแซงข้อมูลและนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นประโยชน์ต่อตนโดยมิชอบ

ปัญหาที่เกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • ปัญหาเรื่องความยากที่จะตรวจสอบว่าจะเกิดเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร ทำให้ยากที่จะป้องกัน
  • ปัญหาในเรื่องการพิสูจน์การกระทำผิด
  • ปัญหาการรับฟังพยานหลักฐาน
  • ความยากลำบากในการบังคับใช้กฏหมาย
  • ปัญหาความไม่รู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • ปัญหาการขาดกฏหมายที่เหมาะสมในการบังคับใช้
  • ปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่


แนวทางการแก้ไข
  • ควรมีการวางแนวทางและกฎเกณฑ์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน
  • ให้มีคณะทํางานในคดีอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • จัดตั้งหน่วยงานเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • บัญญัติกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งโดยสนธิสัญญาเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา
 • เผยแพร่ความรู้เรื่องอาชญากรรมคอมพิวเตอร์แก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์
 • ส่งเสริมจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์


มารยาทในการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ไม่ใช้เครือข่ายเพื่อการทําร้ายหรือรบกวนผู้อื่น
ไม่ใช้เครือข่ายเพื่อการทําผิดกฎหมาย หรือผิดศีลธรรม
ไม่ใช้บัญชีอินเทอร์เน็ตของผู้อื่น และไม่ใช้เครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต
ไมjคัดลอกโปรแกรม รูปภาพ หรือสิ่งใดบนอินเทอร์มาใช้
ไม่ฝ่าฝนกฎระเบียบของหน่วยงานหรือบริษัทที่ท่านใช้บริการอินเทอร์เน็ต
ไม่เจาะระบบเครือข่ายของตนเองและผู้อื่น

การหลีกเลี่ยงและรับมือกับภัยออนไลน์
หลีกเลี่ยงการระบุชื่อจริง
หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลส่วนตัว
หลีกเลี่ยงการโต้ตอบกับบุคคลหรือข้อความที่ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ
หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อสินค้าหรือสมัครสมาชิกโดยมิได้อ่านเงื่อนไขให้ละเอียดเสียก่อน
ไม่คัดลอกโปรแกรม ข้อมูล รูปภาพ


สิ่งที่ได้จากคลิปปปปปป ป

"แฮกเกอร์ (Hacker) คือ บุคคลที่มีความสนใจในกลไกการทำงานของระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์อย่างลึกซึ้ง แฮกเกอร์ส่วนใหญ่ต้องมีความรู้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าโปรแกรมเมอร์ โดยจะเป็นเช่นนั้นได้ เพราะพวกเขามีความใส่ใจที่จะนำความรู้พื้นฐานที่ผู้อื่นมองว่าธรรมดามาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่ในสังคมดิจิตอลอยู่ตลอดเวลา แฮกเกอร์จะมีความเข้าใจในจุดอ่อนของระบบและที่มาของจุดอ่อนนั้นๆ เนื่องจากคอยติดตามข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา การกระทำใดๆ ที่เกิดจากการศึกษาของแฮกเกอร์จะต้องแน่ใจแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูล"
Hacker แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ “แฮกเกอร์หมวกขาว” (white hat hacker) และอีกประเภทหนึ่ง คือแฮกเกอร์หมวกดำ” (black hat hacker) แต่ในที่นี้จะมีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ประเภท ที่กำลังมีมากในขณะนี้ คือ “กึ่งดีกึ่งร้าย”(Grey hat hacker)และ คือ “เงินเป็นพระเจ้า” (Yellow hat hacker)


White hat hacker
เป็น Hacker ที่ถูกว่าจ้างโดยบริษัทหรือหน่วยงานรัฐบาล เพื่อคอยค้นหาจุดอ่อนในระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรนั้นๆ แล้วแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าวให้หมดไป นั่นก็คือใช้ความรู้ของตนในทางที่ถูกที่ควร เช่น เมื่อเจาะระบบเข้าได้แล้วก็จะแจ้ง bug ไปยังเจ้าของ web site หรือว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น เพื่อหาทางแก้ไข bug นั้น คำศัพท์อีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ ethical hackerซึ่งหมายถึง Hacker ที่เข้าไปเจาะระบบแล้วแก้ไข bug นั้นให้เลย คนพวกนี้นับว่าเป็นพวกปิดทองหลังพระจริงๆ เพราะว่าไม่มีใครรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร นอกจากพวกเดียวกัน




Black hat hacker
หรือ Hacker หมวกดำเป็น hacker ที่เจาะระบบอย่างผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นในระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่ง hacker ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างความยุ่งยากให้แก่ผู้ที่ดูแลความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างยิ่ง จะเป็นพวกพรรคมาร คือใช้วิชาในทางที่ผิดเป็นวิชามาร แหล่งชุมนุมพวกนี้คือ web site ต่างๆ แล้ว web site ไม่ว่าจะเป็นvirus script อันตรายๆ ad Aare spy ware โทรจัน software key logger link ที่ไปสู่ software ผิดกฎหมาย รวมทั้ง web site ลามก(ซึ่งอันหลังบางทีไม่ต้องlinkเราก็หาเองเลย )




ขั้นตอนวิธีป้องกันมี 6 วิธี
1.หมันอัปเดตโปรแกรม แอนตี้ไวรัส
2.หมันสเกนอุปกรณ์ทุกครั้ง
3.ติดตั้งไฟล์วอร์
4.ระมัดระวังกาารเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไป
5.ฝึกตัวเองให้เป็นคนรอบคอบบ ปลอดภัยไว้ก่อน
6.ติดตามข่าวสารการโจมตีใหม่ๆอยู่สม่ำเสมอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น